nihongo

ถ้าหากท่านคิดจะอ่านบลอคของเราก็ขอเชิญมาทำความเข้าใจกันก่อน

จั่วหัวมาแบบนี้ ดูท่าคงจะหลายตอนก็ไม่จบแน่ๆ สาเหตุเพราะเราจะอัพเรื่อยๆ ถ้ามีเรื่องน่าสนใจจะอัพ
ทำไมต้องเป็น
K-1 นั่นก็เพราะ มันเป็นอักษรนำหน้าชื่อของเราเอง ส่วนเลข 1 ก็หมายถึงหนึ่งเดียวในโลก
มนุษย์แปลกๆ แบบเรา มีคนเดียวก็เกินพอแล้วล่ะ โฮะๆๆๆ (หล่อนหัวเราะด้วยท่าทางโรคจิต)

เรื่องแรก มาว่ากันถึงวิธีการเขียนคำภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาไทยก่อนละกัน


ภาษาญี่ปุ่น ไม่มีไม้ไต่คู้

เนื่องจากคำในภาษาญี่ปุ่นประกอบด้วยสระเสียงสั้นทั้งหมด เพราะฉะนั้น เวลาเขียนคำในภาษาญี่ปุ่น จึงไม่จำเป็นต้องใส่ ไม้ไต่คู้ ยกเว้นคำว่า เซ็น คำเดียวที่จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ เพราะฉะนั้นจากนี้ไป เราจะไม่ใส่ไม้ไต่คู้ละนะ
เครดิตความรู้นี้ จากหนังสือ อยู่อย่างเซ็น


ภาษาญี่ปุ่น ไม่มีตัวการันต์

พี่ bxx เคยบอกไว้ว่า คำในภาษาญี่ปุ่นเวลาเขียนเป็นภาษาไทยจะไม่มีตัวการันต์ และหากท่านไปเปิดหนังสือ พวกที่เป็นตำราเรียน เวลาสะกดคำเหล่านั้น อาจารย์ที่แต่งหนังสือเหล่านี้จะไม่ใช้ตัวการันต์ในการบ่งบอกว่าเป็นเสียงยาวแต่อย่างใด เพราะฉะนั้น ถ้าหากเราจะเขียนคำว่า เซเม แทนคำว่า เซเมย์ หรือ เซย์เมย์ ก็จงทำใจซะเถอะ และหากท่านมีเวลาลองพอ ลองนึกคำเหล่านี้ดูสิว่าเคยเห็นอย่างไหนบ่อยกว่ากัน ケイタเป็นเคตะ หรือ เคย์ตะ, エイジเป็นเอจิ หรือ เอย์จิ ヒョウテイเป็นเฮียวเท หรือ เฮียวเทย์ セイガクเซงาคุ หรือ เซย์งาคุ ฯลฯ
เครดิตความรู้นี้จากพี่ bxx ณ บอร์ด windslove (ปริญญาโท ญี่ปุ่นศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ )


ตัวสะกด ง, ม, น

ถ้าหากเราจะขวางลำชาวบ้าน เขียนคำว่า โชเนง อมเมียวจิ
แทนที่จะเป็น โชเนง อนเมียวจิ หรือ โชเนง องเมียวจิ
นั่นก็เพราะเราทำตามหลักการที่ว่า ตัวสะกด ถ้าอยู่ข้างหน้าตัวอักษรในหมู่ B F M P ตัวสะกดตัวนั้นต้องออกเสียง เป็น ม และ ถ้าหากอยู่ข้างหน้าหมวด E G K W จะออกเสียง เป็น และที่เหลือ จะออกเสียงเป็น ง ทั้งหมด
สังเกตไหม ทำไมชื่อ เกมบุ ถึงอ่านเกมบุ แทนที่จะเป็น เกงบุ หรือ เกนบุ นั่นก็เพราะมันมาจากหลักการข้อนี้ไง


เสียงสั้น เสียงยาวและตัว h ในการเขียนเป็นภาษาอังกฤษ

บางที่จะเห็นผู้เขียนใส่ตัว h แทนสละเสียงยาวเราก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น หรือคิดว่ามันเท่ สำหรับเรา เห็นแล้วรำคาญ เพราะนอกจากมันจะไม่ใช่การถ่ายทอดตามเสียงแล้วยังอาจจะทำให้แบ่งคำผิด และอาจจะทำให้อ่านผิดได้ ส่วนการเขียนโดยแสดงเสียงยาวในตัว u และ o นั้น เราคิดว่าในภาษาไทย แม้ไม่ใส่มันก็อ่านออกมาแบบนั้นอยู่แล้ว บางครั้งจึงไม่ได้ใส่มาให้มันดูยาวเกินเหตุ

ครั้งนี้ฝากกันไว้ 4 เรื่องก่อนก็แล้วกัน คราวหน้านึกเรื่องอะไรออกแล้วจะมาต่อใหม่

หมายเหตุ

ข้อมูลแต่ละอย่างมาจากหนังสือหลายๆ เล่มรวมกัน และตอนนี้หนังสือพวกนั้นก็ไม่ได้อยู่ในมือแล้ว เราจึงไม่สามารถอ้างอิงอะไรได้มากกว่านี้ ถ้าหากท่านคิดว่าตรงไหนผิดก็ติงมาได้เลย เราพร้อมจะไปศึกษาใหม่เสมอ