เมื่อคืนโพสต์ไม่ติด แถมก๊อปไว้ก็ใช้ไม่ได้อีก เลยต้องปล่อยมันไป แล้วมาโพสต์ใหม่เอาวันนี้แทน แล้วก็สำหรับเรื่องราวที่โพสต์ไปแล้ว เราจะไม่แก้นะ ถ้าสงสัยอะไรก็ถามมา แล้วจะมาขยายความในเอ็นทรี่ต่อมาแทนบางที จะให้พิมพ์รายละเอียดบทสนทนาทั้งหมดก็ไม่ไหว แต่ถ้าอยากรู้ว่าช่วงไหน เค้าคุยกันว่าไงก็ถามมาได้ จะกลับไปฟังแล้วมาเล่าใหม่อีกที
สองตอนแรก รีบทำ เลยรู้สึกว่าเผานิดๆ ไม่เอาล่ะเพื่ออนิเมะที่รักออกมาดีๆ ขอแบบช้าๆ แต่ชัวร์ดีกว่าเนอะ (แต่ถึงจะพูดแบบนั้น ตอนคิวคิพูด ก็ยังฟังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี 55+) เอาเป็นว่าอ่านหนุกๆ แค่เป็นไกด์แล้วกันนะ
ตอนที่ 13 ทำลายกรงกระจก

เปิดตัวมาเป็นฉากที่ มิจินางะซามะ เซเม และมาซาฮิโระนั่งคุยกัน....
มิจินางะซามะบอกว่า เตรียมตัวเรียบร้อยแล้วทุกอย่าง รอแค่ออกเดินทางพรุ่งนี้เท่านั้น แล้วก็หันไปถามมาซาฮิโระว่า คืนนี้ จะออกไปจัดการกับคิวคิใช่มั้ย
ฝากด้วยนะข้าตั้งความหวังไว้กับเจ้านะ
พอดีเซเมมีเรื่องที่จะคุยกับมิจินางะซามะสองคน เลยหันไปบอกมาซาฮิโระว่า ให้ช่วยไปดูอาการอากิโกะฮิเมะทีสิ
ระหว่างเดินไปหาอากิโกะ มาซาฮิโระก็รู้สึกใจหาย เพราะถ้าหากอากิโกะไปจูไดแล้ว เค้าคงไม่มีธุระที่จะมาที่นี่อีก เหมือนมอคคุงจะจับความรู้สึกของมาซาฮิโระได้ เลยปล่อยให้ มาซาฮิโระไปเจอกับอากิโกะเป็นครั้งสุดท้ายเพียงลำพังส่วนตนจะขอนอนรอที่ระเบียงนี่
พอมาซาฮิโระไปถึง ก็ได้กล่าวแสดงความยินดีที่อากิโกะได้ไปจูได แต่ถึงแม้จะมีฉากกั้น อากิโกะก็มองออกว่า มาซาฮิโระผอมลง มาซาฮิโระเลยบอกว่า ออกลาดตระเวนเมืองหลวงทุกคืน เลยทำให้กล้ามเนื้อมันกระชับ เข้าที่เข้าทางขึ้น แบบนี้แหละ กำลังดี แล้วอากิโกะก็บอกว่าเห็นหน้าไม่ชัดเลยมีฉากกั้น ก่อนที่อากิโกะจะเปิดฉากมาหาเหมือนทุกที มาซาฮิโระก็ได้ห้ามไปว่า จะให้คนอื่นเห็นหน้าเหมือนอย่างแต่ก่อนนั่นไม่ได้แล้วนะ ท่านหญิงที่หนึ่ง แล้วก็รู้สึกตัวว่าเป็นการไม่เหมาะสมที่มาพูดเตือนแบบนี้ เลยกล่าวขอโทษ
แต่อากิโกะหาใส่ใจต่อเรื่องนั้นไม่ เธอรีบค้านว่า อากิโกะ ข้าคือ อากิโกะ อย่าเรียกข้าว่า ว่าท่านหญิงที่หนึ่งเลยนะมาซาฮิโระ แล้วก็เอามือมาทาบฉากกั้นนั้น มาซาฮิโระเลยรีบลุกมายืนตรงหน้า แล้วประกบมือกันผ่านฉากกั้น แล้วอากิโกะก็เอ่ยถึงเรื่องหิ่งห้อยขึ้นมา มาซาฮิโระเลยรีบบอกว่า จะเอามาให้ดูให้ได้ แม้ว่าตอนนี้จะยังทำไม่ได้ก็เถอะ แต่จะพาหิ่งห้อยที่คิฟุเนะมาให้อากิโกะดูถึงที่ให้ได้ สักวันใดวันหนึ่ง จะพามาให้ดูแน่นอน 
อากิโกะก็เลยรู้สึกซาบซึ้งนัก แล้วก็เพื่อที่จะไม่ให้มาซาฮิโระเป็นห่วง อากิโกะจึงบอกว่า แม้ว่าที่จูได พวกปีศาจจะเยอะ แต่ข้าก็จะไม่เป็นไรหรอก เพราะเชื่อว่ามาซาฮิโระจะปกป้องข้าใช่มั้ย มาซาฮิโระเลยรับคำว่า ข้าจะปกป้องเจ้าเอง จะปกป้องตลอดไป ข้าเชื่อเจ้า อากิโกะเอ่ยพลางน้ำตาไหลอาบแก้ม

หลังจากออกมาจากคฤหาสน์ของมิจินางะซามะ เซเมก็ส่งมาซาฮิโระขึ้น คุรุมะโนะสุเกะ มุ่งหน้าไปหาคิวคิ ที่สระน้ำทางทิศใต้ของเมืองหลวงตามที่มันบอกไว้ว่าจะรอที่นั่น มาซาฮิโระสัญญากับตัวเองไว้ว่า จะจัดการกับคิวคิให้ได้ ก่อนพรุ่งนี้เช้าที่อากิโกะจะไปจูไดให้จงได้
หลังจากเดินทางไปถึงสระน้ำที่คิวคิอยู่ คิวคิก็ได้สั่งให้ลูกน้องมารอต้อนรับมาซาฮิโระ ระหว่างที่ต่อสู้กันมาซาฮิโระเผลอ จึงถูกดึงลงสู่ใต้สระ ซึ่งเป็นอีกมิติที่คิวคิสร้างไว้ รู้สึกตัวอีกที มาซาฮิโระก็อยู่ที่นั่นแล้ว คิวคิยังถามคำถามเดิมว่า "เจ้าจะยอมมาเป็นลูกน้องของข้ามั้ย"
มาซาฮิโระยังไม่ทันได้ตอบว่าอะไร ก็หันมาเจอกับ กลุ่มวิญญาณของคนที่ถูกคิวคิฆ่าตาย ระหว่างที่ต่อสู้กับพวกนั้นมาซาฮิโระก็เสียหลักถูกแทงเข้าที่อกซ้าย แต่ก็ยังตั้งสติ และร่ายมนต์กำจัดภูตผีพวกนั้นได้
พอกำจัดภูตผีพวกนั้นได้แล้วคิวคิก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับบอกว่ามีอะไรดีๆอยากให้ดู แต่ก่อนที่จะให้ดู มีความปรารถนาอะไรจะขอร้องก่อนมั้ย แล้วมาซาฮิโระก็บอกว่า ความปรารถนาของข้าก็คือ การล้มเจ้านั่นแหละ คิวคิ แล้วคิวคิก็ถามว่า ความปรารถนาของเจ้า ไม่ใช่อากิโกะหรอกหรือ ถ้าหากว่ามาซาฮิโระยอมช่วยมัน มันจะช่วยให้อากิโกะมาเป็นของมาซาฮิโระ 
คิดดูให้ดี มาซาฮิโระ เจ้าจะยอมมาเป็นลูกน้องข้ามั้ย คิวคิถามย้ำ มาซาฮิโระตอบเสียงกร้าวว่า ขอปฏิเสธ คิวคิเลยย้อนถามว่า ทำไมล่ะ เจ้าไม่อยากได้อากิโกะมาไว้ในมือหรือ? มาซาฮิโระเลยเถียงกลับไปว่า ก็ที่นี่มันไม่มีหิ่งห้อยนี่ ไม่มีหิ่งห้อยก็ไม่มีความหมายอะไร แล้วยังบอกอีกว่า คิวคิ ข้าจะค่ำเจ้าให้จงได้ 
ว่าแล้วก็ตั้งท่าร่ายคาถา แล้วปล่อยพลังใส่คิวคิ
แต่มาซาฮิโระที่กำลังอ่อนแอพลังจึงมีไม่มากพอที่จะทำอะไรคิวคิได้ คิวคิหายตัวจากด้านนึงมาโผล่ที่ด้านหลังมาซาฮิโระภายในพริบตา แล้วแลบลิ้นยาวๆ ของมันมาเลียแผลที่มือของมาซาฮิโระพร้อมกับพูดว่า อย่างที่คิดไว้เลย พลังของเจ้าน่ะยังไม่ฟื้นคืน
ตัดกลับไปอีกด้าน แล้วเซเมเรียก เทงอิทสึ เซริว และก็เก็มบุออกมา เพื่อขอร้องอะไรบางอย่าง
ข้างบนพื้นนั้น กุเรนกับ ริคุโงปราบพวกของคิวคิได้หมดแล้ว พอลองมองดูถุงเครื่องหอมที่มือ จึงได้ยินเสียงของมาซาฮิโระร้องเรียกเค้าอยู่ ระหว่างที่มาซาฮิโระ กำลังจะถูกคิวคิทำร้ายนั้น มาซาฮิโระได้ร้องเรียกชื่อของกุเรนอีกครั้ง
และถุงเครื่องหอมในมือกุเรน มันคงจะเป็นสื่อ ดึงกุเรนมาหามาซาฮิโระได้ และช่วยไว้ได้ทันก่อนที่มาซาฮิโระจะโดนคิวคิขย้ำ 
ภายในคฤหาสน์ อากิโกะรู้สึกใจคอไม่ดี ได้แต่มองดูถุงเครื่องหอมที่มาซาฮิโระให้ไว้ 
แล้ว เทงอิทสึ เก็มบุ และเซริวก็ปรากฏตัวขึ้นภายในห้องของอากิโกะ เพื่อขอยืมพลังอีกส่วนหนึ่งจากอากิโกะ ซึ่งก็คือ ถุงเครื่องหอมอันนั้นน่ะเอง 
(ข้าชื่อเก็มบุ เป็นหนึ่งในสิบสองเทพรับใช้ของเซเม..)
พอสามเทพไปแล้ว มิจินางะซามะก็ได้พาเซเมมาหาอากิโกะบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย
การต่อสู้กับคิวคิ มาซาฮิโระเสียท่า โดนคิวคิเหยียบ กรงเล็บกางจิกเต็มแผ่นหลังคมเขี้ยวก็งับอยู่ที่ไหล่ซ้าย แล้วมันยังขู่กุเรนกับริขุโกด้วยว่า ถ้าขยับจะฆ่ามาซาฮิโระซะ
ถึงแม้มันจะเห็นมาซาฮิโระทำปากขมุบขมิบ ก็ไม่ได้สนใจ มันคงคิดว่า มาซาฮิโระครางด้วยความเจ็บปวด แต่หารู้ไม่ว่า มาซาฮิโระ กำลังร่ายมนต์อยู่ มันจึงถามว่า เป็นไงล่ะ ทรมานมากมั้ย แต่ว่ามันยังไม่จบแค่นี้หรออก ข้าจะค่อยๆ ทรมานเจ้า
มาซาฮิโระไม่ตอบคำถามของมัน แต่หัวเราะหยันออกมาครั้งนึงก่อนที่คิวคิจะกระเด็นไป พอมาซาฮิโระ หลุดจากการเกาะกุมของมัน จึงเผยให้เห็นแขนที่มีลวดลายแปลกตาเรืองแสงอยู่ ซึ่งสิ่งนั้นก็เป็นเหมือนยันต์คุ้มครองที่เทพคิฟุเนะได้ให้มาซาฮิโระไว้
พอมาซาฮิโระจะร่ายมนต์ใส่คิวคิอีก มันก็ง้างกรงเล็บขึ้น หมายจะตะปบมาซาฮิโระ แต่ก็มีดาบลึกลับลอยมาปักเข้าที่อุ้งเท้าหน้าของมันซะก่อน พอเงยหน้าขึ้นไปดู จึงเห็นเป็นเซริวยืนอยู่บนหลังคามาซาฮิโระได้แต่ยืนงง เซริวจึงเอ่ยกระตุ้นว่า มัวแต่ทำอะไรอยู่ จัดการมันเลยสิ กุเรนเลยปล่อยพลังใส่มันซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่มาซาฮิโระใช้ดาบของเซริวแทงไปที่หน้าอกของมัน พลังของมาซาฮิโระ กุเรน เซเม เทพแห่งคิฟุเนะ ประสานกันจึงสามารถปราบคิวคิได้

แล้วเสียงของเทพคิฟุเนะก็ปรากฏก้องในหัวมาซาฮิโระ
จะเชื่อหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับพวกเจ้าแล้ว...
...แต่ถ้าหากไม่ลองต่อสู้แล้วมันจะรู้ผลได้ยังไง
มาซาฮิโระ...มาซาฮิโระ กุเรนที่กลายร่างเป็นมอคคุงแล้วเรียกมาซาฮิโระด้วยสายตาเป็นห่วง 
พอมาซาฮิโระลืมตาขึ้นมาจึงมองเห็นมอคคุงยืนอยู่ตรงหน้า มอคคุง มาซาฮิโระเอ่ยเรียกด้วยเสียงอันแผ่วเบา ยังจะมาเรียกมอคคุงอีก ถ้าหากเจ้าไม่ลืมตาขึ้นมาแล้วข้าจะทำยังไง? มอคคุงที่เห็นมาซาฮิโระเจ็บหนักเลยไม่ได้เถียงรุนแรงเหมือนทุกที 
จะรักษาจุดที่สาหัสให้ก่อนนะ เทงอิสทึกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล 
นี่ยืมมาจากอากิโกะฮิเมะ เก็มบุกล่าวพลางยื่นถุงเครื่องหอมให้
เซริวเอามาเพื่อใช้เปิดทางไปที่ใต้น้ำยังไงล่ะ เทงอิทสึอธิบาย 
จบซะทีนะ มาซาฮิโระกล่าวทิ้งท้าย
ระหว่างทางกลับบ้านมาซาฮิโระก็เห็นขบวนเดินทางไปจูได มาซาฮิโระได้แต่มองถุงเครื่องหอม พร้อมกับถอนหายใจพลางนึกถึงเรื่องราวต่างๆ ในอดีตระหว่างตนกับเจ้าของถุงนั้น
พอกลับไปถึงบ้านแล้ว เซเมก็บอกว่ามีแขกคนสำคัญรออยู่นะ งั้นหรอ มาซาฮิโระตอบแบบไม่ได้สนใจอะไร แต่พอบานประตูเลื่อนออก มาซาฮิโระจึงเห็นว่าแขกคนสำคัญก็คือ อากิโกะน่ะเอง 
มาซาฮิโระได้แต่ตกใจจนพูดอะไรไม่ออก เซเมเลยอธิบายว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ฮิเมะจะมาพักที่บ้านเรานะ เพราะเกิดเรื่องโชคร้ายขึ้นคราวก่อน ก็เลยจะต้องคอยอยู่ใกล้ๆ อมเมียวไว้จะเป็นการดี
แล้วมอคคุงก็เลยไปโวยกับเซเมว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไงกันแน่ แล้วขบวนที่เห็นนั่นล่ะ เซเมเลยบอกว่า ผลทำนายออกมาว่าช่วงนี้อากิโกะดวงไม่ค่อย ให้พักการไปจูไดไว้ก่อน ส่วนขบวนที่เห็นนั้นก็เป็นขบวนของ โชโกะฮิเมะ ซึ่งเป็นลูกของมิจินางะซามะกับแม่คนอื่นซึ่งทั้งสองลักษณะท่าทางเหมือนกันคงไม่เป็นไรหรอก พร้อมกับสั่งให้กุเรนไปอธิบายให้มาซาฮิโระเข้าใจที

หน้าร้อนปีหน้า ไปดูหิ้งห้อยด้วยกันนะ มาซาฮิโระเอ่ยทันทีที่นึกขึ้นได้
สัญญาแล้วนะ อากิโกะพูดพร้อมกับยื่นนิวก้อยออกมาเกี่ยวกัน อื้ม แน่นอน มาซาฮิโระรับคำหนักแน่น มอคคุงกำลังจะเดินมาเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้มาซาฮิโระฟังเห็นทั้งคู่กำลังเกี่ยวก้อยกันก็ตกใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดว่า ปล่อยให้อยู่กันตามลำพังอีกหน่อยดีกว่า พร้อมกับล้มตัวลงนอนรอที่หน้าห้องนั้น.... 
จบตอนที่ 12
--------------------------------------------------------------
งงกันมั้ยเนี่ย เคยอ่านอะไรที่แปลกประหลาดแบบนี้มาก่อนมั้ย 55+ วิธีการเล่าเรื่อง มีทั้งแบบ เล่าโดยถ่ายทอดเป็นคำพูดของเราเอง กับ ถ่ายทอดโดยบรรยายแบบให้ตัวละครพูดเอง 55+ ทำใจหน่อยนะ แปลกๆ แบบนี้แหละ เราล่ะและก็ รู้สึกคราวก่อนใช้ภาษาปัจจุบันไปหน่อย มาคราวนี้ลองเปลี่ยนภาษาให้มันดูโบราณนิดนึง คงไม่รู้สึกขัดกันหรอกเนอะ