2007/Oct/22

 ดองไว้นานกลัวจะลืมเรื่องราวไปซะก่อนได้ฤกษ์ดีคืนวันหยุดทั้งทีก็ต้องรีบมาอัพกันหน่อย

 

อย่างที่เกริ่นไว้แล้วว่าวันนี้ (11ต.ค.) จะไปตะลุย Dazaifu  http://www.dazaifu.org/ ให้ได้

 หลังจาก วันที่10 ถอดใจกลับมาตั้งหลักกันใหม่   ทางที่จะไป ไม่รู้อะไรเลยนอกจากแผนที่นี้อยู่ในมือ   http://www.dazaifu.org/access.html  พอทานข้าวเช้าเสร็จก็เดินไปถามพนักงานของ ร.ร.ว่า  ถ้าจะไป Dazaifu ไปยังไงจะสะดวกที่สุด นั่งรถสายเดียวยิงยาวจากฮาคาตะไปเลยได้มั้ย  (ถ้าอยากเห็นภาพตามกรุณาเข้าไปในเว็บไซต์หน้าแผนที่แล้วคลิก อันที่ 2 ที่เขียนว่า JR 博多駅から เจ้าหน้าบอกว่าไปแบบนั้นมันไม่สะดวกหรอก ไปแบบนี้ดีกว่า ว่าแล้วเธอก็อธิบายพร้อมกับขีดเขียน  อะไรลงไปในแผนที่ ดังนี้  1. นั่งรถจาก สถานี  Hakata ไปลงที่ Tenjinnishi ใช้เวลาประมาณ 10 นาที(天神西鉄福岡駅)  2. นั่งรถจาก Tenjinnishi ไปลงที่ Futsukaichi ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที(西鉄二日市)  3. เปลี่ยนรถที่  Futsukaichi แล้วจะไปถึง Dazaifu ได้เลย ใช้เวลาตรงนั้นอีกประมาณ 5  พนักงานอธิบายพร้อมกับถามว่า ไปได้แน่นะ เราก็บอกว่า ได้ค่ะ ขอบคุณมากๆ แล้วก็ออกเดินทาง 

ไอ้เข้าใจมันก็เข้าใจอยู่หรอก แต่ว่าชาญชาลาที่จะไปเนี่ยสิ มันต้องขึ้นตรงไหน ลงตรงไหน

 

เราก็ไม่รู้เลยจริงๆ  งานนี้ไม่มีวางฟอร์มครับ ถามอย่างเดียวเลย เพื่อจะได้ไม่พลาด

 

หลังจากเดินไปถึงสถานีรถไฟ แล้วก็พยายามอ่านป้ายกันอยู่พักใหญ่

 

เนื่องจากมันมีเยอะมากๆ ไอ้ที่ๆ เราจะไปเขียนไว้ตรงไหนพยายามจะดูแล้ว

 

แต่ดูยังไงก็ไม่เข้าใจ เลยถามนักเรียนแถวนั้นว่า ถ้าพี่จะไป Tenjinnishi จะไปไงดี

 

น้องนักเรียนก็งงเหมือนกัน เนื่องจากว่า ป้ายที่สถานีมันมีแค่คำว่า Tenjin

 

ไม่มีคำว่า nishiต่อท้ายด้วย น้องลังเลนิดหน่อยก่อนจะบอกว่า ไปลงตรงนี่แหละน่าจะได้

 

เราก็เอาวะ ลงก่อนแล้วค่อยถามเค้าอีกทีก็แล้วกัน ว่าแล้วก็นั่งรถไฟไปกันเลย

 

ค่ารถ 200 เยน ก็โอเค ถูกกว่าที่คิด นั่งไปไม่ถึง 10 นาทีก็ถึง สถานี Tenjin

 

แล้วก็เป็นอันงงกันอีกรอบ เพราะสถานีนี้ใหญ่มาก มีทั้งห้าง ทั้งร้านค้าเยอะแยะมากมาย

 

ทางขึ้นรถก็มีหลายชาญชาลา แล้วก็หลายชั้นมากๆ  เอาแล้วสิ  กิเลศชักเกิด 

 

มีแต่ของน่าชอปๆ ทั้งนั้นเลย  แต่ก็คิดว่าไปศาลเจ้าก่อนละกัน 

 

เอาไว้ขากลับค่อยแวะชอปทีนี่ก็ได้ เพราะอยู่ใกล้โรงแรมตัดใจจากกิเลศพวกนั้นได้ 

 

 เราก็เลยเดินไปถามเจ้าหน้าที่แถวนั้นว่า ถ้าจะไปลงที่ Futsukaichi ต้องไปขึ้นรถทีไหน

 

เจ้าหน้าที่ก็บอกให้ไปทางนั้น เราก็เดิน เดิน และเดินกันต่อไป กว่าจะถึงชาญชาลาที่จะขึ้น

 

ก็ไม่รู้ว่าค่ารถมันจะเท่าไหร่ เลยบอกเจ้าหน้าที่ว่าจะไปที่นี่ค่ะ พร้อมกับยื่นแผนที่ให้ดู

 

เจ้าหน้าที่ก็ใจดีมาก โผล่ออกมาจากหน้าต่าง มาช่วยแนะนำพร้อมกดสถานีให้

 

เราก็เลยโอเค หยอดเหรียญซื้อตั๋วเดินทางกันต่อไป ด้วยความมั่นใจนิดๆ ว่าใกล้ถึงแล้วเฟ้ย

ค่ารถจาก Tenjin ถึง Futsukaichi 330 ก็โอเค ไม่แพงมากนัก สำหรับระยะทางขนาดนี้

 

พอไปถึง Futsukaichi ก็เป็นอันงงกันอีกรอบ ด้วยว่าแถวนั้นแม้จะมีแค่ 2 ชั้น

 

แต่ก็มีสิบกว่าชาญชาลา เราเลยถามอีกทีว่า ถ้าจะไป Dazaifu ต้องไปขึ้นที่ชาญชาลาไหน

 

เจ้าหน้าที่ก็บอกให้ไปขึ้นฝั่งโน้น ชาญชาลาหมายเลข .... เราก็ข้ามสะพานเชื่อมไป

 

เพื่อความแน่ใจก็ถามเจ้าหน้าประจำรถอีกว่า ไป Dazaifu ใช่มั้ยคะ

 

(ใครจะว่าโง่ก็ช่าง แต่เดี๊ยนขอถามไว้ก่อนเว้ยเพื่อความมั่นใจ 55+) เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าใช่

 

แล้วเราก็ยื่นตั๋วให้ดู ว่าควรทำไงดี ตั๋วมันมาถึงแค่นี้อะ  เค้าก็บอกว่าไม่เป็นไร

ตอนจะออก จ่ายอีก 60 เยน ก็ได้ ไม่ต้องซื้อใหม่ ก็โอเค สบายใจได้อีกทอด

 

แล้วก็นั่งรถไปประมาณ 5 นาที ก็ถึงที่หมายปลายทางของเรา  

พอลงรถมาก็เจอกับที่นี่ทันที  แต่กว่าจะเดินถึงตัวศาลเจ้าใช้เวลานานน่าดู

 

ไม่ใช่ว่าระยะทางมันไกลหรอก แต่ว่าร้านรวงสองข้างทางน่ะสิ

ทำเราแทบกระเป๋าฉีกเห็นอะไรเป็นดี๊ด๊าอยากได้ไปซะหมด พวกพวงกุญแจน้องเต๊ะ

 กระเป๋าแมวเหมียว แล้วก็ที่ห้อยโทรศัพท์มากมายก็กวาดไปจากแถวนี้เยอะใช่เล่น 
  

พวกนักเรียนมาทัศนะศึกษาเยอะเหมือนกัน 

 

สาวๆ น่ารัก ว่าแล้วก็ขอแอบถ่ายหน่อยเหอะ อ้อ ขอเม้าท์นิด

 

ขนาดเราใส่ชุดเฮียวเท พ่อค้าแถวนั้นยังทัก  สวัสดีคร้าบบ

 

โห ความเป็นไทยของเรา เปล่งประกายขนาดนั้นเชียวหรอ ปลื้มเว้ย

 

ว่าแล้วก็แวะไปอุดหนุนซะหน่อย เห็นแก่ว่าพูดไทยได้นะเนี่ย

 

ไม่งั้นไม่ซื้อหรอก 55+แต่ขนมเค้าก็อร่อยดี จริงมั้ยแจง, เอ้ 555+

 

แต่เพื่อนอุ๋ยอาจจะอดเพราะมันเก็บนานไม่ได้จริงๆ

ระหว่างทางที่เดินไปก่อนถึงศาลเจ้าก็จะมีเสาแบบนี้อยู่เป็นระยะๆ  

 

ตะเกียงหิน แม้จะดูเรียบๆ  แต่ก็สวยอย่างเซ็น 

 

กี่ร้อยปีไม่รู้ เดากันเอาเองเหอะท่าน  

 

บริเวณก่อนถึงทางเข้าศาลเจ้า 

 

เสาหินสลักคำว่า ‘Dazaifu Tenmangu’ ดูเก่า โบราณ and ขลังดี  

 

ศาลาสีแดงๆ นั่นคือที่สำหรับล้างมือล้างหน้า ชำระล้างร่างกายให้สะอาดก่อนเข้าไปในศาลเจ้า  

 

เดินผ่านซุ้มนี้เข้าไป ก็ถือเป็นเขตสิ่งปลูกสร้างของศาลเจ้าแล้ว  

 

พาหนะของเทพองค์ไหนก็ไม่รู้แฮะ ไม่กล้าแซวมากเดี๋ยวเจอเหมือนที่ยาคุชิม่า  

 

ไม่กล้าแซว แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่กล้าถ่ายรูปด้วยนะ 55+ 

 

ต้นไม้สีเขียว ร่มรื่นสุดๆ  

 

หลักศิลา จารึกว่าอะไร ข้าพเจ้ามิสามารถอ่านได้จริงๆ 55+ 

 

สัตว์แปลกๆ มีให้เห็นอยู่เป็นระยะๆ  

 

อันนี้ไม่แปลก แต่ว่าสีมันสวย และก็มีอยู่เยอะมากๆ ด้วยล่ะ 

 

สระน้ำเล็กๆ มีหินเยอะดี สามารถเดินไปชมปลาใกล้ๆ ได้  

 

สะพานเชื่อมเข้าไปข้างใน สวยแบบโบราณ เก่าๆ เรียบๆ ขรึมๆ แล้วก็ให้ความรู้สึกสงบสุดๆ  

 

ชุ่มชื้นแค่ไหน ดูต้นไม้ข้างหลังเอาสิ ถ้าเป็นบ้านเราไม่ใช่ป่าดิบ คงไม่มีให้เห็นแบบนี้หรอก  

 

พีช เพื่อสันติภาพของโลก 55+

 

เด็กๆ เพียบเลยวุ้ย เห็นแล้วดี๊ด๊า ปรี่เข้าไปถ่ายรูปอย่างไม่อาย 55+ 

 

 

มิโกะซังกำลังทำพิธีอะไรสักอย่างดูขลังมากๆ  

 

สารภาพบาปว่าไม่รู้ว่าคนนี้เป็นใครจริงๆ แต่งตัวเต็มยศแล้วเหมือนขุนนางสมัยโบราณมากๆ แต่ไม่ใช่หรอก คงเป็นคนของศาลเจ้า ที่แต่งแบเต็มยศเพื่อทำพิธีน่ะแหละ 

 

 

ส่วนหนึ่งของศาลเจ้าเก่าแก่มากๆ บางแห่งก็ไม่เปิดให้เข้าชม  

 

อันนี้บ้านเรือนคนแถวนั้น อากาศดี ต้นไม้ก็เยอะ น่าอยู่มากๆ  

 

อันตัวข้าพเจ้า ไม่รู้จะเก๊กยังไงก็ขอพีชไว้ก่อนละว้า 555+  

 

ที่เห็นสีฟ้าๆ ผู้ไว้กับเชือกนั่นคือบรรดาเซียมซีที่ทำนายออกมาไม่ดี เค้าก็จะเก็บไว้ที่ศาลเจ้ากัน 

 

หมดแรงนั้งพัก แต่ไม่หมดแรงพีชอีก (ท่านี้น้องเต๊ะสอนมา ขอบอก 55+) 

 

ไม่รู้จะเอามือไปวางไว้ไหนก็ขอพีชไว้ก่อนละกัน อย่าเพิ่งว่ากันนะ 55+  

 

เอามือลงก็ได้  แล้วทีนี้อย่ามาบอกว่าทำท่าอื่นไม่เป็นนะ 55+  

 

อันนี้สั้นๆ แอนด์ชัดๆ คาดว่าคงอ่านกันได้นะท่านๆ  

 

แม้จะเป็นหินธรรมดา แต่ดูแบบอารมณ์ศิลป์ก็คิดว่ามันสวยได้เหมือนกัน  

 

มุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะ แต่ถ่ายแค่นี้ก็หมดแรงกันแล้วล่ะ  

 

มีประวัติเล่าขานให้อ่านกันมากมาย แต่เขียนตัวแบบนี้ข้าพเจ้าล่ะจนปัญญาจะอ่าน เหอๆ  

 

 

ใหญ่ขนาดนี้ ท่าทางคงจะหลายพันปีแฮะ (จะมีใครรู้มั้ยเนี่ย ก็เห็นแต่โคนมันอะ 55+)  

 

ออกมาจากศาลเจ้าก็เดินเล่นแถวบ้านเรือนผู้คนแถวนั้น  

 

แล้วก็ไปแวะกินข้าวกันก่อนกลับ (ข้าวหน้าพ่อแม่ลูก (Oyako) อร่อยกว่ากินที่ไทยอีก)  

 

อาหารร่อย แต่ไม่ค่อยมีคนเลยแฮะ หรือเป็นเพราะวันธรรมดาส่วนสาวน้อยคนนี้

หนึ่งลูกค้า ภายในร้าน น่ารักมากๆ คุณน้องทำหน้าตาได้ใจจริงๆ  

วิวนี้ ถ่ายตอนนั่งอยู่ในร้าน บรรยากาศดีจริงๆ นะ  

 

ดาซังหมดแรง ขอนั่งพักก่อนเดินทางกลับ 

 

 

 

สวนของเค้าจัดไว้อย่างเรียบง่าย  แต่ก็ดูสวยงามและก็ลงตัวสุดๆ  

 

อีกไม่นานใบไม้ก็จะเปลี่ยนสีแล้ว คราวหน้าอยากไป เดือน 11 จังจะได้เห็นเต็มๆ  

และแล้วขากลับก็กลับทางเดิม นั่งรถสามต่อเหมือนเดิม แต่ไม่เป็นไรหรอก

เชี่ยวแล้ว 55+ แล้วก็แวะชอปที่Tenjin หมดไปเยอะใช่เล่น ได้อะไรมามั่งจำไม่ได้

นอกจากร่มสีสันสุดน่ารักแล้วก็ซีดี เทโกะมาส คนดีของเจ๊ อิอิ  

ของที่กวาดมาจากแถวๆ ศาลเจ้าและห้างที่สถานี Tenjin  

 

ว่าแล้วก็ซูมอีกนิด น้องเต๊ะ เปล่งประกาย เครื่องรางก็สวย แต่แพงมากกกก 

 

ส่วนนี่คือที่กวาดมาวันแรก สองหมื่นกว่าเยน ได้มาแค่นี้ เรียกว่าคุ้มได้มั้ย 555+ 

 

ก่อนที่จะขี้เกียจ + ลืม พาร์ทต่อไป พรุ่งนี้จะพยายามมาอัพให้ได้นะจ๊ะ

 

หวังว่าคงสนุกกับการอ่านน้า ส่วนใครอยากไป เก็บตังค์ไว้รอโหลด เจ๊จะพาไปเอง 55+

 

  ปล1 แต๊งกิ้วน้องแจงที่ให้ยืมชุดนะ  ช็อคโกแลตอร่อยมั้ยเอ่ย  ปล2 เพื่อนอุ๋ย ส่วนของฝากของเพื่อน เดี๋ยวเมล์ไปให้ดูนะ  ปล 3 คิดถึงทุกคนนะจ๊ะ  แล้วเจอกันน้า

edit @ 28 Oct 2007 09:24:20 by zakuya

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เห็นบรรดา Snack น่ากินท้างน้าน
#1  by  Maxtrix™ At 2007-10-22 23:07, 
แต็งค์กิ้วเพื่อนว่ะ ไม่รู้ว่าศาลเจ้าที่ขายเครื่องรางมันจะไกล // ไม่ไกลแต่ไปยากยังงี้อ่ะ ขอโทษนะเพื่อน แต่ยังดี ไม่มีหลง งานนี้เลยแฮปปี้เอนดิ้งตรงที่ได้ของฝากมาเพียบเลย กระเป๋าแฟบตั้งแต่วันแรกเลยเพื่อนตรู// แต่เครื่องรางสวยจริงๆ นะ สวยกว่าที่เห็นขายในเมืองไทยอีก

สงสัยจะมีคนไทยไปเที่ยวเยอะมั่ง ขนาดคนขายพูดภาษาไทยได้แล้วอ่ะ เสื้อเฮียวเท ไม่สามารถปิดบังสัญชาติได้เลย 555 // กล้าจริงๆ เลยเพื่อนตรูนึกว่าเอาชุดไปใส่ถ่ายรูปอย่างเดียว ไม่คิดว่าจะใส่ไปเดินช็อปด้วย มีคนอื่นเค้ารู้ป่ะเนี๊ยะ ว่าเป็นเฮียวเท

เพิ่งเห็นอาหารญี่ปุ่นมื้อแรก นึกว่าเพื่อนตรูจะกินแต่ซูชิในเซเว่นอย่างเดียวซะอีก

วันนี้ว่างใช่ม่ะ อัพต่อเลยนะ เข้ามาเฝ้าทุกวันแหล่ะ เมื่อคืนก็มา แต่ไม่ทันเพื่อนอัพว่ะ ง่วงนอนซะก่อน
#2  by  saolin (124.157.137.187) At 2007-10-23 08:52, 
อ๊ะ....เอิ้ก.....พ...พี่เก๋.....(ทไมดวงน๊ดถึงต้องเข้ามาอ่านก่อนไปทานข้าวทุกทีด้วยล่ะเนี่ย)
ฮ่วย นั่งอ่านไปสนกไป รู้สึกเหมือน ไปเดินถามเองงั้นเเหละ 55+ นี่ถ้าพูดยุ่นไม่ได้ก็ตายเยี่ยงเดียว เอิ้กเอิ้ก
จะรอภาคต่อนะคะ(ว่าเเล้วลุกไปทานข้าวเเล้วไม่ไหวเเล้ว)
#3  by  はやせ--はや  At 2007-10-23 13:08, 
ศาลเจ้าเขาดูขลังดีจัง....

พี่เก๋แอบถ่ายสาวๆ *0*!!

พวกพ่อค้าแม่ค้านี่เก่งจังเลยนะคะ แต่จิงเคยโดนด่านในสนามบินไทยพูดอังกฤษด้วยเพราะนึกว่าเป็นคนต่างชาติทั้งๆที่เดินตามพ่อมาติดๆ เหอะๆ...

ปล. ขนมน่ากินมาก!! >o<!!

...สาวน้อยชุดชมพูทำหน้าตาได้ใจจริงๆ 555+
#4  by  『KANI★Aifrey』 At 2007-10-24 17:10, 
ไปเที่ยวกันเองก่อนนแบบนี้ก็ดูน่าสนุกดีนะคะ

พี่เก๋เท่มากเลยอ่า...

ชอบรูปเด็กๆ หมวกเหลืองที่นั่งเรียงกัน น่ารักกกกก

อยากปายๆๆๆ
#5  by  TAKIMARU (124.121.57.72) At 2007-10-28 01:59, 
ศาลเจ้านี้ใช่ป่ะ ที่ไปโฉบพวงกุญแจยูยะกับปฏิทินมะพีมา ฮ่ะๆๆ

ร้านสีชมพูสุดๆ เห็นแล้วอยากเข้าไปสอยของน่ารักๆบ้างงง

ช็อกโกแลตอร่อยมากกกกกกกกกกก
กินหมดไปแล้ว ทำเอาเป็นโรคคลั้งช็อกโกแลตไปเลย ฮ่าๆๆ

ขอบคุณพี่เก๋มากๆเลยค่า
#6  by  ◆☆JaNg :: keineko ☆◆ At 2007-11-02 18:50, 
เบ่บี้ น่ารัก เบ่บี้แลบลิ้น ท่าทาง ขี้เล่นนะคะเนี่ย
พี่เก๋ แนวมาก ชอบอ๊า อยากใส่ชุดเฮียวไทไปเดินมั่ง แต่น่าแปลก ทำไมเค้าถึงรู้ว่าเป็นคนไทย นับถือๆๆ
เห็นเด็กนักเรียนญี่ปุ่นแล้ว กระชุ่มกระชวย อิอิ
#7  by  **-Denzicrew-** At 2007-11-05 11:51, 

<< Home