ขอเปิดตัวด้วยภาพนี้ เก๊กซะไม่มีเลยคนเรา 55+ เห็นเพื่อนอุ๋ยเรียกร้องอยากดูรูป เลยรีบเอามาอัพให้ดูเป็นการด่วนพิเศษ ถ้าไงก็อย่าเพิ่งเบื่อขี้หน้ากันไปก่อนล่ะ งานนี้แอบหนีไปก่อน 2 วันอย่างที่บอกไว้ ก็เลยต้องรีบเคลียร์งานทั้งหลายให้มันเสร็จ จะได้เที่ยวอย่างสบายใจ แต่ก็นะ คุณลูกค้าก็ช่างเป็นใจ หางานให้ทำซะกองท่วมหัวจนบางวันไม่มีเวลาไปกินข้าวกลางวันเลยก็มี แต่ว่าอัจฉริยะอย่างเราก็สามารถทำงานเสร็จตามกำหนดได้ 55+ เก่งซะอย่าง แค่นี้สบายมาก(โหมด :: ไม่มีใครชม ชมตัวเองก็ได้วะ55+) ในที่สุดค่ำของวันอังคารก็สามารถปั่นงานได้เสร็จ (แม้จะได้เลิกงานเลทหลังชาวบ้านอยู่มากโขก็เถอะ แต่ถ้าเทียบกันแล้วมันก็คุ้ม) รีบกลับมาบ้านอาบน้ำ พับเสื้อผ้า และก็ออกจากบ้านตอนสองทุ่มตรง แต๊งกิ้วเอ้ที่โทรมาทักทายอวยพรก่อนเดินทางน้อ เนื่องจากว่าไปก่อนกำหนดการณ์จดหมายเชิญ เลยใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ มากกว่าปกติอยู่หลายเท่าตัวเหมือนกัน กลัวมันจะมีปัญหา กลัวเค้าไม่ให้ไป กลัวไปสารพัด แต่สุดท้ายก็สามารถผ่านด่านออกมาจากไทยได้อย่างปลอดภัย แต่ว่าแอบนึกขำตัวเองนิดหน่อย ตอนเจ้าหน้าที่ถามว่าไปทำอะไร เราบอกว่าไป TG ค่ะ (ชื่อย่อสารการบินไทย) เค้าก็ ห๊ะ!! ไปทำอะไรนะ เราถึงได้ตอบใหม่ว่า “ไปประชุมค่ะ” 55+ หูดีซะไม่มีนะคนเรา แต่ดูเอาเถอะ ชุดที่ดิฉันใส่เดินทางบอกเค้าว่าไปประชุม มันดูน่าเชื่อถือแค่ไหน แล้วพอไปถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่นก็มีเรื่องให้ตื่นเต้นอีก เนื่องจากว่าเราจะไปพักกันตั้ง4 โรงแรม เลยลังเลว่าจะใส่ชื่อโรงแรมที่ไหนดี ในที่สุดก็ใส่โรงแรมที่อยู่ใกล้ที่สุดไปก่อน พอไปยื่นเจ้าหน้าที่เค้าก็ถามว่ามาทำอะไร เราก็บอกว่ามาเรื่องงาน เค้าเลยบอกว่า ถ้ามาเรื่องงาน สถานที่ติดต่อ ให้ใส่ชื่อที่อยู่บริษัทไป ถ้ามาเที่ยวถึงค่อยใส่สถานที่ติดต่อเป็นโรงแรม เราก็เลยแก้ใหม่ ใส่ชื่อที่อยู่ที่สำนักงานใหญ่ไป สำนักงานใหญ่อยู่ที่ โยโกฮามา เกาะ ฮอนชู แต่ว่าที่ๆ ไป คือ ฟุคุโอกะ เกาะคิวชู เจ้าหน้าที่เค้าเลยถามว่าไม่มีสำนักงานสาขาใกล้ๆ แถวนี้หรอ เราเลยบอกว่ามีสำนักงานสาขาอยู่ที่ คาโกชิมา แต่ก็นึกที่อยู่คาโกชิมาไม่ออก เลยตัดสินใจยื่นหนังสือเชิญให้เค้าดู ซึ่งกำหนดการณ์ในหนังสือเชิญคือ 12 -16 ต.ค. แต่เค้าก็ไม่ว่าอะไร ปล่อยให้ผ่านไปได้ เราก็โอเค โล่งใจขึ้นมาเยอะทีเดียว งั้นปีหน้าก็หนีเที่ยวอย่างนี้อีกดีกว่า สนุกดี 55+ ผ่านพิธีการสำเร็จก็ไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนที่จะเดินทางไปโรงแรงที่จองไว้แล้ว เราจองโรงแรมไว้ที่ ฮาคาตะ ซึ่งห่างจากสนามบินแค่สองสถานีรถไฟใต้ดิน แล้วเดินต่ออีก 2 นาที แต่ว่า ด้วยความที่ไปครั้งก่อน เค้าจัดการทุกอย่างให้หมด เราเลยทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง ก็เลยได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทุกอย่างก็สนุกไปอีกแบบ แต่ว่าเนื่องจากมันเป็นครั้งแรกเลยมีผิดพลาดนิดหน่อย เห็นว่ามีที่ขายตั๋ว เราเลยซื้อไปลงที่สถานีฮาคาตะทันที เสร็จแล้วก็เดินลงบันไดไปหวังจะขึ้นรถไฟใต้ดิน แต่หารู้ไม่ว่าตั๋วที่เราซื้อมันคือตั๋วรถบัส เวลาสอดผ่านช่อง ประตูมันเลยไม่ยอมเปิด เจ้าหน้าที่ก็เลยเดินมาดู พร้อมกับให้คำแนะนำ เจ้าหน้าที่ใจดีมาก ถ้าเป็นที่ไทย อาจโดนด่าไปแล้วก็ได้ ว่าแล้วก็ลากกระเป๋ามารอขึ้นรถบัสตรงช่องสถานีที่จะไปที่ฮาคาตะ โดยก่อนหน้านั้นไปถามเจ้าหน้าที่แล้วว่าจะไปลงฮาคาตะ ต้องไปขึ้นช่องไหน พอรถวิ่งมาเราก็รีบขึ้นทันที เจ้าหน้าที่คนเดิมก็ใจดีมาก รีบเดินมาบอกว่ายังไม่ใช่คันนี้ ก็เลยขนกระเป๋าลงอย่างทุลักทุเล รอจนเกือบยี่สิบนาที กว่ารถที่เราต้องการจะมา จากตอนแรก ที่ไม่รู้อะไรเลย ระหว่างที่รอรถก็สังเกตอะไรๆ ไป ก็เลยกระจ่างแล้วว่า รถแต่ละคัน มันจะเขียนสถานีปลายทางไว้ให้สังเกตเอาจากตรงนั้น เพราะรถที่จอดที่ชาญชาลาเดียวกัน ไม่ได้ไปทางเดียวกันเสมอไป (ฉลาดเหมือนกันนะเนี่ยเรา 55+) เนื่องจากดูตามแผนที่ ฮาคาตะมันเป็นสถานีที่สอง แต่ว่าเรานั่งไปนานแล้วยังไม่ถึงสักที ความมั่นใจชักหดหาย เลยหันไปถามคุณป้าข้างหลังว่า รถคันนี้ผ่าน ฮาคาตะมั้ยคะ คุณป้าก็บอกว่าผ่านจ๊ะ แล้วก็คุณป้าก็ชวนคุยเรื่องต่างๆ สุดท้ายใจดี ลงรถสถานีเดียวกัน พาเราไปส่งถึงโรงแรมอีกแนะ คุณป้าคะ ขอบคุณมากมายเลยค่ะ กำหนดการณ์คร่าวๆ ของเรากับดาซังคือ เที่ยวศาลเจ้าดะไซฟุ กับชอปปิ้งที่ฮาคาตะ พอไปฝากของไว้ที่โรงแรมแล้วก็เลยเดินไปที่สถานีรถใต้ดินกันหวังจะไปดะไซฟุ พอไปถามเจ้าหน้าที่เค้าบอกว่าจะไปที่นี่หรอ มันไกลมากนะ เราก็เลยเปลี่ยนใจ วันแรก ชอปปิ้งแอนด์เดินเล่นที่ฮาคาตะแทน ว่าแล้วก็ไปดูภาพกันเลย สะพานข้ามแม่น้ำอะไรสักอย่าง อากาศสบายมากๆ หลังจากโดนอตอมิคบอม ชาวญี่ปุ่นเวลาถ่ายภาพก็เลยชอบพีชกันเป็นพิเศษ 55+ ให้ความรู้สึกเหมือนไปท่องป่า (คอนกรีต) แล้วมองขึ้นไปที่หน้าผา ก็เจอดอกไม้ป่าแสนสวย อันนี้ขึ้นมาดูใกล้ๆ เราชอบดอกไม้ต้นไม้ ไม่ว่าดอกอะไรก็มองว่าสวยไปหมดแหละ แล้วดอกไม้กับดาซัง ใครสวยกว่ากันเอ่ย 55+ ว่าแล้วข้าพเจ้าก็เอามั่ง 55+ เนื่องจากว่าใบไม้จะเปลี่ยนสีจากเหนือมาใต้ เราไปเกาะตอนใต้ ใบไม้เลยยังไม่ทันจะเปลี่ยนสีเลย แอบถ่ายต้นไม้บ้านชาวบ้าน เดินเรียบแม่น้ำ อากาศดีๆ เลยรู้สึกเพลินจนลืมเวลาไปเลย เดินมันอยู่แถวนี้ก็ถ่ายมันแค่แถวนี้แหละ 55+ น้องดอกไม้ช่างสามารถนัก โผล่มาจากช่องแค่นี้ได้ ก็ขอให้อายุยืนๆ นะน้องจ๋า บันได เดินลงไปเพื่อเดินเรียบแม่น้ำ ทำซะอย่างดีเลยแหละ ถ้าเป็นบ้านเรา กำแพงแบบนี้คงต้องมี สถาบันไหน พ่อสถาบันอะไรแน่ๆ เลย 55+ ดาซังคนสวย แต๊งกิ้วนะ ที่ไว้ใจกล้าเดินทางมากับเรา เดินไปเจออีกสะพานเลยข้ามสะพานนั้นเดินกลับมาฝั่งเดิม เดินสุดทางคอนกรีตรีมแม่น้ำแล้วก็มาเดินข้างบนต่อ เดินไปเดินมาชักหมดแรง ขอนั่งพักก่อนละกัน ภาพนี้ที่สวนสาธารณะใกล้ๆ สถานีรถไฟ อากาศเริ่มเย็นขึ้นมานิดๆ แต่ยังไม่ถึงกับหนาว โลเกะเดียวกัน ไปกันสองคน ก็สลับกันถ่ายไปมาแบบนี้แหละ 55+ แม้จะเป็นสะพานกับตึกธรรมดาๆ แต่ก็มองสบายตาไม่เหมือนบ้านเราเลย รถของเราเองแหละ 55+ ตู้กดน้ำ มีอยู่แทบทุกๆ 50 เมตร เลยทีเดียว บริษัทอะไรไม่สน ขอเป็นแบคกราวน์ถ่ายรูปหน่อยเถอะ 55+ ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนก็จะเจอกระถางต้นไม้ตั้งไว้ตลอดเลย ดูแล้วสบายตาดี ดอกอะไรก็ไม่รู้ แต่ว่าน่ารักดีเนอะ ดาซังคอแห้ง ขอกดน้ำมั่ง เป็นแฟนฟูจิ ก็ต้องชอบตะบองเพชรสิ 55+ ว่าแล้วก็ขออีกรูป และอีกรูป ก๊ากกกกก
สงสัยหรือเปล่าว่าเราคอสป็นใคร 55+ ท่าทางคงจะดูกันไม่ออกหรอก
ก็นะ เราคอสเป็นคนที่หลงรักฟูจิ เลยตามมาเข้าเรียนที่เซงาคุอะ
(ไม่ต้องไปพลิกหาว่ามันอยู่เล่มไหนหรอก เราคิดขึ้นมาเองแหละ 55+) ส่วนวันที่สองถึงได้ไปที่ดะไซฟุ เดี๋ยวรูปภาพจะอัพให้ดูวันหลังน้อง วันนี้บ๊ายบาย หลับฝันดีนะจ๊ะทุกคน แล้วเจอกันจ้า ปล. น้องนี๊ด คิดถึงเหมือนกันจ้า เจอกันคราวหน้าเดี๋ยวเอาของไปฝากนะจ๊ะ








































